greece

วันนี้เราพาทัวร์จากเอเธนส์ไปยังเมืองสำคัญบนคาบสมุทรเพโลพอนเนส (Peloponnese)  ซึ่งอยู่ห้อยเป็นติ่งใหญ่ ๆ ตอนปลายคาบสมุทรบอลข่าน คาบสมุทรแห่งนี้เป็นที่ตั้งของเมืองสำคัญ ๆ ในยุคกรีซโบราณเป็นเวลานับพันปีก่อนที่เอเธนส์จะรุ่งเรืองเสียอีก    

ให้ดูรูปจากแผนที่ก่อน  หาเจอไหมครับว่าอยู่ตรงไหน

 

คาบสมุทรเพโลพอนเนสถูกตัดขาดจากแผ่นดินใหญ่ของกรีซด้วยคลองโครินธ์ (Isthmus of Corinth)  ซึ่งเป็นคลองที่ขุดขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์   มีความยาว 6.3 กิโลเมตร   ในอดีตเรือที่จะวิ่งรอบคาบสมุทรเพโลพอนเนสต้องแล่นอ้อมเป็นระยะทางไกลมาก  ได้มีความพยายามจะขุดคลองนี้ตั้งแต่สมัยกรีซโบราณ แต่ไม่สำเร็จเพราะวิทยาการความรู้ไม่เพียงพอ  จนกระทั่งสามารถทำได้เป็นผลสำเร็จลงในปี ค.ศ.1893  ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่  หลังจากขุดคลองนี้เสร็จ มีผลทำให้คาบสมุทรเพโลพอนเนสกลายเป็นเกาะที่มีน้ำล้อมรอบทุกด้านอย่างสมบูรณ์

 

เมืองโบราณไมซินี (Mycenae)  หรือออกเสียงแบบกรีกว่าไมคิเน่   เมืองนี้มีประวัติเก่าแก่ยาวนาน มีหลักฐานการตั้งรกรากของผู้คนกว่าสองพันปีก่อนคริสตกาลในยุคบรอนซ์   จนเกิดเป็นชุมชนใหญ่ขึ้น   เมืองนี้มีความเก่าแก่ (ยิ่งกว่าเอเธนส์หรือเมืองอื่น ๆ ) ในช่วงระหว่างศตวรรษที่ 15 ก่อนคริสตกาล ถึงศตวรรษที่ 12 ก่อนคริสตกาล   อาจกล่าวได้ว่าเป็นเมืองนี้แหล่งกำเนิดของอารยธรรมตะวันตกเลยทีเดียว  และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้ในปี ค.ศ.1999  

จุดที่สำคัญจุดหนึ่งก็คือประตูสิงโต (Lion Gate)  เหนือประตูจะเป็นแผ่นหินรูปสามเหลี่ยมเพื่อรองรับน้ำหนักของก้อนหินตอนบนและแกะสลักเป็นรูปสิงโตสองตัวหันหน้าเข้าหากัน

 

เราอาจติดตามร่องรอยอารยธรรมและความเจริญของไมซินีได้จากมหากาพย์อิเลียด (Iliad) และโอดิสซี (Odyssey) ของโฮเมอร์    เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรกรีกที่ทำสงครามกับเมืองทรอยจนเป็นเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ ที่จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของชาวทรอย  (ปัจจุบันทรอยเป็นเพียงซากปรักหักพังอยู่ในประเทศตุรกี) 

ภาพที่เห็นคือสุสานของจักรพรรดิอากาเมมนอนผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรไมซินี

 

โรงละคร (theatre) แห่งเมือง เอพิดอรัส  (Epidaurus)  มีความสวยงามทั้งในแง่ของสมมาตรและรูปร่างที่ได้สัดส่วน  เดิมทีชาวกรีกสร้างที่นั่งไว้ 34 ขั้น ต่อมาชาวโรมันได้ต่อเติมให้สูงเพิ่มขึ้นไปอีก 21 ขั้น  สิ่งที่น่าอัศจรรย์ของโรงละครแห่งนี้คืดเรื่องของอคูสติกที่ดีมาก ๆ  ถ้านักร้องหรือนักแสดงยืนอยู่ ณ จุดตรงกลางบริเวณลานแสดงแล้วร้องหรือพูดด้วยเสียงปกติโดยไม่ต้องใช้เครื่องขยาย ผู้ชมบนอัฒจรรย์ที่อยู่สูงแค่ไหนก็ตามจะได้ยินเสียงอย่างชัดเจน  แต่ถ้านักแสดงขยับห่างออกมาจากจุดตรงกลางลานเพียง 1-2 เมตร ผู้ชมที่นั่งอยู่แถวที่สิบอาจจะต้องเงี่ยหูฟังว่าพูดหรือร้องว่าอะไร  นับเป็นการค้นพบทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของชาวกรีกโบราณ

ปัจจุบันโรงละครแห่งเมืองเอพิดอรัสได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเช่นเดียวกัน

 

ภาพถ่ายจากอากาศ

 

เมืองแนฟพลิออน (Nafplion) เป็นเมืองท่าริมทะเล  บรรยากาศดีมาก  เหมาะจะมานั่งเล่นรับประทานอาหารกลางวันหรืออาหารเย็นริมทะเล  เมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของกรีซมาก่อนในปี ค.ศ. 1829-1834 หลังจากที่ทำสงครามประกาศเอกราชกับประเทศตุรกีเป็นผลสำเร็จ  ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่กรุงเอเธนส์ด้วยเหตุผลที่ว่าเอเธนส์เคยเป็นเมืองที่รุ่งเรืองมาแต่อดีตกาล  อย่างที่เคยกล่าวแล้วว่าประวัติศาสตร์ของกรุงเอเธนส์หายไปเกือบสองพันปี  เพราะหลังจากที่เสื่อมสลายลงก็กลายเป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ จนเพิ่งจะมีบทบาทสำคัญในการเป็นเมืองหลวงอีกครั้งเมื่อไม่ถึง 200 ปีที่ผ่านมา

 

เมืองแนฟพลิออนมีป้อมปราการอยู่บนยอดเขาสูงกลางเมือง  แต่ผมไม่ได้ขึ้นไปเพราะไม่มีเวลา  และจุดที่น่าสนใจก็คือเมืองน่ารัก ๆ ที่ตั้งอยู่ริมทะเลมากกว่า

จริง ๆ อยากเล่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่เกียวพันกันของกรีซและตุรกี  หลังจากที่กรีซถูกโรมันปกครอง ดินแดนที่อยู่บนคาบสมุทรบอลข่านที่เป็นประเทศกรีซในปัจจุบันก็เสื่อมสลายลงไป  ภายหลังที่โรมันแยกออกเป็นอาณาจักรโรมันตะวันออกและโรมันตะวันตก  อาณาจักโรมันตะวันออกมีศูนย์กลางที่กรุงคอนแสตนติโนเปิล ซึ่งคือกรุงอิสตันบุลในปัจจุบัน รับภาษากรีกเป็นภาษาประจำชาติ (ขณะที่โรมันตะวันตกใช้ภาษาลาติน) และรับวัฒนธรรมกรีกเป็นวัฒนธรรมของตน  เรียกอาณาจักรที่สร้างใหม่นี้ว่าอาณาจักรไบแซนไทน์ (Byzantine)  มีอาณาเขตกว้างขวางครอบคลุมประเทศตุรกีและเอเชียไมเนอร์ และมีความรุ่งเรืองถึงขีดสุดในคริสตศตวรรษที่ 11-12  

อาณาจักรไบแซนไทน์ถูกชนเผ่าออตโตมันตีแตกและกรุงคอนแสตนติโนเปิลก็ล่มสลายลงในวันที่ 29 พฤษภาคม 1453  กลายมาเป็นเมืองอิสตันบุลในปัจจุบัน   หลังจากนั้นประเทศกรีซก็ไม่เคยปรากฏบนแผนที่โลกจนกระทั่งมีความพยายามเรียกร้องอิสรภาพจากตุรกีในช่วงต้นศตวรรษที่ 19  มีการทำสงครามนองเลือดบนคาบสมุทรกรีซและตามที่ต่าง ๆ จนกระทั่งได้ทำสนธิสัญญาสงบศึกและให้กรีซเป็นเอกราชในที่สุด

 

ที่สุดปลายอีกด้านหนึ่งของคาบสมุทรเพโลพอนเนสเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณโอลิมเปีย (Olympia)  ที่แห่งนี้เป็นสถานที่แข่งขันกีฬาโอลิมปิกโบราณ ซึ่งจัดขึ้นทุก 4 ปี เริ่มมีการแข่งขันตั้งแต่ปี 776 ก่อนคริสตกาลเรื่อยมาจนถึงปี ค.ศ. 393   เมืองต่าง ๆ จะส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน  รางวัลสำหรับผู้ชนะก็คือ ช่อมะกอกไว้สวมศีรษะ (น่าตื่นเต้นมะ)  ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งเกี่ยรติยศสำหรับผู้ชนะ

 

ที่เมืองนี้เป็นที่ตั้งของวิหารแห่งเทพซูส (Temple of Zeus)  ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ  ปัจจุบันเหลือแต่ซาก

 

ในการแข่งขันโอลิมปิกยุคปัจจุบันก่อนเริ่มการแข่งขันทุกครั้ง จะต้องเริ่มต้นจุดไฟคบเพลิงด้วยแสงอาทิตย์จากกระจกโค้งรูปพาราโบลา ณ ที่ตั้งของสนามแข่งขันกีฬาโอลิมปิกโบราณที่เมืองโอลิมเปียทุกครั้ง  จากนั้นจะส่งคบเพลิงต่อโดยผ่านไปยังประเทศต่าง ๆ จนถึงประเทศที่เป็นเจ้าภาพการแข่งขัน

 

จบอีกตอนแล้วครับ  คราวหน้าไปไหนดีน้อ

 


View Peloponnese in a larger map