สวัสดีครับ สองตอนที่ผ่านมา เราได้ไปชมเมืองหลวงเก่าของประเทศคาซัคสถานที่นครอัลมาตี (Almaty)
 
และได้ชมประวัติศาสตร์และภูมิหลังของคาซัคสถาน
 
วันนี้จะมาพาไปชมเมืองจำลองโลกต่างดาว หรือว่านี่คือดูไบแห่งเอเชียกลาง หรือว่าจริง ๆ แล้วนี่คือโรงถ่ายของฮอลลีวูดที่จำลองโลกแห่งอนาคตไว้ในกลางทุ่งหญ้าเสต็ปป์ ที่ปราศจากผู้คนรบกวนการถ่ายทำ  หรือว่าที่แท้มนุษย์ต่างดาวมาสร้างเมืองไว้ที่นี่จริง ๆ กันแน่  ดูแล้วลองออกความเห็นกันหน่อยครับว่าทฤษฎีไหนน่าเชื่อถือที่สุด
 


 
เริ่มต้นจากสนามบินอัสตานา ที่นี่ดูมีความเป็นรัสเซียน้อยลง มีโดมแสดงถึงความเป็นอิสลามมากขึ้น หรือว่านี่เป็นสถานีอวกาศกันแน่
 
 
 
หน้าสนามบิน มีคนแต่งตัวแปลก ๆ มายืนต้อนรับ เริ่มออกแนว Star Wars
 
 
 
กรุงอัสตานาเป็นผลงานอำนวยการสร้างของประธานาธิบดีคนแรกและคนเดียวของคาซัคสถาน ผู้มีแนวคิดในการย้ายเมืองหลวงจากอัลมาตี มาสร้างใหม่กลางทุ่งหญ้าอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่  ท่านนี้คือ นูร์ซุลตาน นาซาร์บาเยฟ (Nursultan Nazarbaev) เป็นประธานาธิบดีตั้งแต่แรกตั้งประเทศเลย อีกซักครู่เราจะได้ชมเมืองหลวงในอุดมคติของท่าน 
 
รูปขนาดใหญ่สูงชนเพดานนี้เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้มากทีเดียว ก็ดูแต่ละท่านที่ลุกขึ้นยืนปรบมือต้อนรับสิ ระดับอภิมหาผู้นำโลกทั้งนั้น

 
 
ประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟต้องการย้ายเมืองหลวงจากอัล มาตี มาไว้ใจกลางประเทศด้วยหลายเหตุผล ที่ตั้งของอัลมาตีอยู่ชิดชายแดนทางใต้มากเกินไปในประเทศที่มีดินแดนกว้าง ใหญ่ขนาดอันดับ 9 ของโลก และอยู่ในแนวแผ่นดินไหว ไม่เหมือนที่ตั้งปัจจุบันของอัสตานาที่เป็นที่ราบ สามารถขยายเมืองออกไปได้เรื่อย ๆ  นอกจากนั้น อัลมาตีเป็นเมืองที่เกิดในยุคพระเจ้าซาร์ของรัสเซีย ยังมีกลิ่นอายของความเป็นรัสเซียสูง การจะสร้างอัตลักษณ์ของประเทศสำหรับประเทศที่เกิดใหม่เช่นนี้ จำเป็นต้องเริ่มต้นจากศูนย์ให้หลุดพ้นจากความเป็นรัสเซีย
 
เดิมอัสตานาเป็นเมืองท้องถิ่นขนาดกลาง มีชื่อเดิมว่าอัคโมลา (Akmola) ซึ่งแปลว่าสุสานขาว ตั้งอยู่ริมฝั่งเหนือของแม่น้ำอิสซิม (Ishim River) เมื่อได้รับการสถาปนาให้เป็นเมืองหลวงในปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) ประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟขยายเมืองมาทางฝั่งใต้ของแม่น้ำอิสซิม บนที่เวิ้งว้างกว้างใหญ่ และให้ชื่อว่าอัสตานา (Astana) เป็นภาษาคาซัค แปลตรงตัวว่า “เมืองหลวง” โดยให้เป็นที่ตั้งของที่ทำการรัฐบาล กระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ ทำเนียบประธานาธิบดี หอประชุม โรงละคร อาคารธุรกิจพาณิชย์ และศูนย์การค้าขนาดใหญ่
 
 
 
กรุงอัสตานาปัจจุบันมีประชากรประมาณ 7 แสนคนเท่านั้น เป็นเมืองที่ยังสร้างไม่เสร็จ โดยคาดว่าในปี ค.ศ. 2030 เมืองนี้จะเสร็จสมบูรณ์ เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคและของโลกในอนาคต มีตึกแปลก ๆ ก้าวล้ำนำสมัยที่ทั้งกำลังก่อสร้างและกำลังออกแบบอยู่

ใครจะไปเที่ยว จะรอจนถึงปี 2030 ก็ได้ครับ อีกแค่ 19 ปีเอง
 
 
 
สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองคือหอคอยไบเทเร็ก (Bayterek Tower) มีความสูง 97 เมตร เลข 97 แทนปี ค.ศ.1997 ซึ่งเป็นปีแห่งการสถาปนากรุงอัสตานาเป็นเมืองหลวง
 
 
 
แต่จริง ๆ แล้วทรงกลมสีทองด้านบนคือไข่ทองคำ ในตำนานของชาวคาซัค นกวิเศษชื่อนกซัมรุก (Samruk) ได้วางไข่ทองคำที่บรรจุความลับของมนุษย์ไว้บนกิ่งไม้ของต้นไม้แห่งชีวิต ที่ซึ่งไม่มีมนุษย์ผู้ใดสามารถขึ้นไปถึง แต่ที่นี่มีลิฟต์ให้มนุษย์ทั่วไปสามารถขึ้นไปชมบรรยากาศภายในไข่ทองคำได้อย่างใกล้ชิด

 
 
นักท่องเที่ยวสามารถซื้อบัตรขึ้นไปชมทิวทัศน์รอบด้านของกรุงอัสตานาจากภายในทรงกลมสีทอง 
 
ภายในลูกทรงกลมด้านบน มีแท่นสามเหลี่ยมทองคำที่พิมพ์ผ่ามือของประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟ นักท่องเที่ยว (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนคาซัคสถานเอง) กำลังต่อแถวเพื่อเอามือวางทาบตัวเองไปบ