คราวที่แล้วพาเที่ยวชมเมาต์รัชมอร์ รัฐเซาต์ดาโกต้าในสหรัฐอเมริกา คงมีบางคนสงสัยว่าขับรถไปตั้งไกล แถวนั้นมีอะไรให้ดูอีกบ้าง  คราวนี้เลยขอพาเที่ยวชมสถานที่น่าสนใจในบริเวณใกล้เคียงอีกซักครั้ง  

เมาต์รัชมอร์อยู่ในเขตเทือกเขา Black Hills ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้และสัตว์ป่า  ภูเขาแถบนี้เป็นหินแกรนิตเรียวสูงเหมือนนิ้วมือ  แต่ฝรั่งมองเหมือนเข็มมากกว่า เลยตั้งชื่อว่า Needles Highway

 

หินแท่งนี้เป็นที่มาของชื่อถนน  คำว่า needle แปลว่าเข็ม  needle eye คือรูเข็ม  หินแท่งนี้ถูกสลักด้วยกระบวนการทางธรรมชาติจนเกิดเป็นรูเหมือนรูสนเข็ม เลยได้ชื่อว่า Needles Eye



พื้นที่ป่าใน Black Hills บางส่วนได้รับการคุ้มครองไว้ในอุทยาน Custer State Park  มีถนนตัดผ่านจุดชมวิวต่าง ๆ  ในรูปจะเห็นเป็นส่วนโค้งวนสามชั้นเหมือนหางหมู เลยเรียกว่า Pigtail Bridge



ห่างออกไปเพียงแค่ 45 ไมล์ ขับรถไปก็ไม่เกินชั่วโมง  กลับกลายเป็นดินแดนที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง  เป็นเนินดินเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตา แต่มีความสวยงามอย่างน่าประหลาด  มียอดแหลม มีหุบเขา ดูคล้ายแกรนด์แคนยอนขนาดย่อม



ที่แห่งนี้ปราศจากพืชพันธุ์ใด ๆ จนได้รับการขนานนามว่า Badlands  คล้ายกับแพะเมืองผีหรือฮ่อมจ๊อมบ้านเราแต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก  แม้แต่ชาวอินเดียนแดงพื้นเมืองยังกล่าวถึงดินแดนแห่งนี้ว่าถ้าวัวหลงเข้าไปแล้วคงไม่มีทางได้คืน



จริง ๆ แล้วดินแดนแห่งนี้เคยเป็นที่ที่อุดมสมบูรณ์มาก่อน  เต็มไปด้วยพืชพรรณธัญญาหารและสัตว์ป่า   เมื่อกว่า 65 ล้านปีมาแล้ว แถบนี้จมอยู่ใต้ทะเล ส่วนบริเวณ Black Hills เป็นภูเขาไฟ  เถ้าถ่านจากภูเขาไฟถูกพัดพามาตกตะกอนทับถมเป็นชั้น ๆ  จนมีความหนาถึง 1,500 ฟุต  เวลาผ่านไปเกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา  เกิดเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารอย่างดีสำหรับสัตว์ในยุคนั้น  มีสัตว์ป่าอาศัยมากมาย  เมื่อสัตว์เหล่านี้ได้ตายและทับถมกัน เกิดเป็นฟอสซิลอยู่ใต้เนินดินแห่งนี้  แต่ละแถบสีจะแทนแต่ละยุคสมัยของโลกที่เกิดการทับถมกันเป็นชั้น ๆ



Badlands National Park เป็นแหล่งฟอสซิลชั้นดี  ที่นี่พบซากฟอสซิลของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดต่าง ๆ ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ก่อนที่จะวิวัฒนาการจนเป็นสัตว์ในยุคปัจจุบัน   

 

เทือกเขา Black Hills ไม่ได้อยู่แต่เฉพาะรัฐเซาต์ดาโกตาเท่านั้น  ข้ามเส้นแบ่งเขตรัฐมายังรัฐไวโอมิงเพียงเล็กน้อย  ท่านจะได้พบกับความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่ง  เป็นภูเขาหินขนาดมหึมาสูงทะลุฟ้าแท่งเดียวโดด ๆ มีระดับความสูงกว่า 1267 ฟุต หรือ 386 เมตรเหนือพื้นดินโดยรอบ  มีชื่อเรียกว่าแท่งหินปีศาจหรือ Devils Tower

 

Devils Tower ยังถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ Black Hills  แต่อยู่ในรัฐไวโอมิง  ตัวแท่งหินเป็นหินแกรนิต ขณะที่พื้นดินรอบ ๆ ประกอบด้วยหินชั้น   



 
ชาวอินเดียนแดงพื้นเมืองมีตำนานเล่าขานถึงที่มาของแท่งหินปีศาจแห่งนี้หลายตำนาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับหมีทั้งสิ้น  ตำนานแรกกล่าวว่ามีเด็กพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งเล่นกันอยู่  จู่ ๆ ก็หมีก็โผล่ออกมา เด็กทั้งหมดตกใจจึงวิ่งหนีขึ้นตอไม้  หมีก็วิ่งตาม  ด้วยความกลัว เด็ก ๆ จึงอธิษฐานขอให้เทวดาช่วย เทวดาจึงเนรมิตให้ตอไม้นั้นยกสูงขึ้นมาเพื่อให้หมีไล่ไม่ถึง หมีจึงได้แต่ตะกายไล่ล่าทุกทิศทุกทาง แต่ด้วยความสูงชันจึงไม่สามารถปีนป่ายขึ้นไปถึงด้านบนได้  รอยเล็บที่ครูดลงมาทำให้เกิดเป็นแนวเส้น ๆ  เมื่อหมีเหนื่อยอ่อน เด็ก ๆ จึงปีนลงมาแล้วตัดหางหมีเพื่อเป็นการลงโทษ  หมีตัวนี้คงเป็นบรรพบุรุษของหมีบนโลก เพราะตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหมีทุกตัวจึงไม่มีหาง  และต่อมาตอไม้ได้กลายเป็นหินเหมือนในปัจจุบัน



ในทางวิทยาศาสตร์  นักธรณีวิทยาสันนิษฐานการเกิดแท่งหินนี้ว่า เมื่อประมาณ 60 ล้านปีก่อน  แม็กมาจากใต้พิภพได้ประทุพวยพุ่งทะลุผิวโลกซึ่งเป็นหินชั้นที่มีความแข็งน้อยกว่า  ต่อมาแม็กมาเย็นตัวลงใต้ผิวโลก จึงหดตัวเกิดเป็นรอยแตกในแนวดิ่ง  เมื่อเวลาผ่านไปชั้นผิวโลกที่เป็นหินตะกอนผุพังลงไป  จึงเปิดเผยถึงแท่งหินแกรนิตขนาดใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งทนทานกว่าปรากฏสูงเสียดฟ้า

ฟังดูน่าเบื่อกว่าตำนานข้างบนของชาวอินเดียนแดงใช่ไหมครับ


ที่ Devils Tower เป็นสวรรค์ของนักปีนเขาเลยทีเดียว  นักปีนเขาประมาณ 5000 คนเดินทางมาที่นี่เพื่อพิชิตเขาหินมหึมาลูกนี้  นักปีนเขาส่วนใหญ่สามารถปีนขึ้นและลงได้ภายในวันเดียว

 

พื้นที่แถบนี้นอกจากภูเขาสูงแล้ว ส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้าแพร์รี่  สัตว์ที่พบได้ทั่วไปในบริเวณนี้ แต่ไม่ค่อยพบที่อื่นมีชื่อเรียกว่า prairie dog  เป็นสัตว์ในตระกูลกระรอก น่ารักมากและไม่กลัวคน 

 

ยิ่งเดินทาง ยิ่งพบว่าโลกนี้ช่างกว้างใหญ่ มีสิ่งต่าง ๆ ที่เราไม่เคยพบไม่เคยสัมผัสรออยู่ข้างหน้ามากมาย  ยิ่งได้เห็น ยิ่งเข้าใจ และพร้อมจะเปิดโลกทัศน์รับรู้ในสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา  ชีวิตคือการเรียนรู้ไม่สิ้นสุดครับ

 


View Devils Tower-Badlands-Rushmore in a larger map

Comment

Comment:

Tweet

ถนน น่าขับสุด ๆ

ชอบแบบอินเดียแดง มากกว่าค่ะ

big smile

#7 By friday on 2009-11-24 23:55

Hot! Hot! Hot!

น่าไปมาก ๆ

#6 By .. * Ar๋tist ♥ on 2009-11-14 18:06

โลกเรามีอะไรแปลกๆเยอะดี.. big smile

#5 By PunPrai on 2009-11-12 16:29

สักวัน..จะหาเวลาขับรถเที่ยวbig smile

#4 By TaNYa ~ PoNd on 2009-11-12 08:39

Hot! สุดยอดมากเลยครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาเนี่ย มีแต่ภูมิประเทศแปลกๆเยอะจริงๆ น่าจะมากที่สุดในโลก

มีทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และที่เกิดจากฝีมือมนุษย์แบบเมานท์รัชมอร์

#3 By φυβλας on 2009-11-12 01:32

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ลืมให้ดาวแดง

#2 By เจ้าชายน้อย on 2009-11-12 00:51

โอ้โห น่าไปเที่ยวจังเลยครับ จะได้มีโอกาสไปมั๊ยน้อ

#1 By เจ้าชายน้อย on 2009-11-12 00:51