คราวก่อน เราไปเที่ยวปราสาทนอยชวานสไตน์กันมาแล้ว ปกตินักท่องเที่ยวที่ต้องการมาชมปราสาทแห่งนี้มักเริ่มต้นจากนครมิวนิค และใช้เวลาในการเดินทางโดยรถไฟหรือรถยนต์ไปยังปราสาทประมาณ 2 ชั่วโมง วันนี้เรามาทำความรู้จักกับเมืองมิวนิคกันหน่อย ซึ่งมีความน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

 

มิวนิค (Munich) หรือที่เรียกในภาษาเยอรมันว่ามึนเชน (München) เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของประเทศเยอรมนี เป็นศูนย์กลางธุรกิจและคมนาคมในเยอรมนีตอนใต้ เป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย (Bavaria) หรือ บาเยิร์น (Bayern) ในภาษาเยอรมัน ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์  รัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยกษัตริย์มาก่อน ก่อนที่จะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี จึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์

 

 

จุดท่องเที่ยวในเมืองมิวนิกส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตเมืองเก่า และศูนย์กลางของเขตเมืองเก่าเรียกว่า จัตุรัสมาเรียนปลัตส์ (Marienplatz) เป็นที่พบปะชุมนุม ติดต่อค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้า มานานหลายศตวรรษ  ปัจจุบันเป็นลานกว้างสำหรับคนเดิน ตรงกลางจัตุรัสมีเสาพระแม่มารีทองคำซึ่งเป็นที่มาของชื่อจัตุรัสแห่งนี้

 

อาคารที่เด่นเป็นสง่าตรงหน้าจัตุรัส คือศาลาว่าการเมืองหลังใหม่ เรียกว่า นอยเยอรัทเฮาส์ (Neue Rathaus) สร้างในสไตล์นีโอโกธิกในกลางคริสตศตวรรษที่ 19 มีหอคอยสูงกว่า 80 เมตร

 

ตรงกลางหอคอยมีหอนาฬิกาที่เรียกว่า Glockenspiel ซึ่งจะมีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำให้ชมกันในเวลา 11 นาฬิกา และเที่ยงตรง ในหน้าร้อนจะเพิ่มรอบ 5 โมงเย็นอีกหนึ่งรอบ  ชั้นแรกเป็นพาเหรดของอัศวินเพื่อเฉลิมฉลองพระราชพิธีสมรสของกษัตริย์พระองค์หนึ่งในอดีต มีอัศวินขี่ม้าออกมาดวลกันจนตายไปข้าง ใครไปดูลองดูดี ๆ นะครับว่าอัศวินสีเงินหรืออัศวินสีทองเป็นผู้ชนะ  ส่วนอีกสองชั้นเป็นการเต้นรำเพื่อเฉลิมฉลองที่ชาวเมืองมีชีวิตรอดจากโรคระบาดในปี ค.ศ.1517

 

สัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดอีกแห่งของเมือง คือโบสถ์เฟราเอน (Frauenkirche ออกเสียงว่า เฟรา เอน เคีย เชอะ) เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในมิวนิก สร้างตามแบบโกธิกในปี ค.ศ. 1468 ด้วยอิฐสีแดง แทนที่จะสร้างด้วยหินเหมือนโบสถ์โกธิกทั่วไป ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 20 ปี จึงแล้วเสร็จ

 

ด้านหน้ามีหอคอยคู่สูงถึง 99 เมตร  จริง ๆ หอคอยทั้งสองควรจะมียอดแหลมตามแบบฉบับของโกธิก แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการก่อสร้าง  ต่อมาภายหลังจึงได้ต่อเติมเป็นโดมหัวหอมขึ้นอย่างที่เห็นในปัจจุบันแทน ทำให้โบสถ์นี้มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร และกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของมิวนิค

 

ภายในโบสถ์มีความเรียบง่าย ดูสูงโปร่ง จากการทาด้วยสีขาวและได้รับแสงจากหน้าต่างทรงสูงจำนวนมากที่ทำจากกระเบื้องโมเสก เมื่อย่างเท้าเข้าไปในโบสถ์ จะดูเหมือนว่าโบสถ์นี้ไม่มีหน้าต่าง หน้าต่างด้านข้างทั้งหลายถูกบดบังด้วยเสาขนาดมหึมาจำนวนมาก ตำนานเล่าว่าเมื่อปีศาจย่างเท้าเข้ามาในโบสถ์แห่งนี้แล้วไม่เห็นหน้าต่างซักบาน จึงกระทืบเท้าด้วยความดีใจจนเป็นรอยเท้าปรากฏอยู่   อีกตำนานกล่าวว่า ปีศาจได้ให้ผู้ที่ก่อสร้างโบสถ์แห่งนี้ยืมเงินเพื่อใช้ในการก่อสร้างโดยมีเงื่อนไขว่า โบสถ์นี้ต้องไม่มีหน้าต่าง เมื่อสร้างเสร็จเขาพาปีศาจให้ยืนอยู่ ณ ตำแหน่งที่ไม่เห็นหน้าต่างแม้แต่บานเดียว ปีศาจโกรธมากที่โดนหลอกจึงกระทืบเท้าออกไปด้วยความโกรธ รอยเท้าจึงปรากฏเป็นรอยทิ้งไว้อยู่ภายในโบสถ์ตรงหน้าทางเข้า ใครไปเที่ยวอย่าลืมมองหารอยเท้า (Devil’s footprint) นี้นะครับ

 

วิวของเขตเมืองเก่ามองจากทางเหนือย้อนไปทางใต้ จะเห็นเทือกเขาแอลป์ที่มีหิมะปกคลุมสีขาวเป็นแนวยาว ถนนกว้าง ๆ สายนี้ชื่อว่า Ludwigstrasse มีอาคารสำคัญ ๆ หลายแห่ง รวมทั้งมหาวิทยาลัยแห่งเมืองมิวนิค หอสมุดแห่งรัฐบาวาเรีย โบสถ์สีเหลืองที่เห็นพร้อมโดมขนาดใหญ่เป็นโบสถ์ในสไตล์บาโรค ชื่อว่า Theatinerkirche เป็นแลนด์มาร์กสำคัญทางเหนือของเขตเมืองเก่า อยู่หน้าจัตุรัส Odeonsplatz

 

มาถึงมิวนิคก็ต้องแวะโรงเบียร์กันหน่อย โรงเบียร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในมิวนิค (หรือในโลกก็ว่าได้) มีชื่อว่า Hofbräuhaus สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1896 ภายในมีขนาดใหญ่ สามารถจุคนได้เป็นหลายพันคน มีวงดนตรีที่เล่นเพลงพื้นเมืองบาวาเรียนตลอดเวลา  มาถึงโรงเบียร์เยอรมันแล้วต้องสั่งขาหมูเยอรมันกินแกล้มเบียร์

 

ตลาดวิกชัวเลียน (Victualian Markt) จัดตั้งขึ้นโดยพระเจ้าแม็กซิมีเลียนที่ 1 ในปี ค.ศ. 1807 เป็นตลาดนัดกลางแจ้ง อยู่ใกล้ ๆ กับมาเรียนปลัตส์ ทั้งชาวมิวนิคและนักท่องเที่ยวต่างนิยมมาเดินเที่ยวหาซื้อของที่ระลึก หรือหาอาหารรับประทาน มีทั้งผักสด ผลไม้นำเข้า ชีส ฮอตด็อกไส้กรอก

 

สนามฟุตบอลอลิอันซ์-อรีนา (Allianz-Arena) อยู่ขึ้นไปทางเหนือของเมืองมิวนิก มีรูปร่างคล้ายยางรถยนต์  สร้างขึ้นสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 หลังการแข่งขัน กลายเป็นสนามฟุตบอลของสองทีมฟุตบอลร่วมเมือง คือทีมดังอย่างบาเยิร์นมิวนิค (FC Bayern München) กับอีกทีมที่ไม่ค่อยรู้จักในบ้านเรา คือทีม 1860 มิวนิค (TSV 1860 München) ที่ปัจจุบันตกชั้นไปอยู่ลีก 2 ของบุนเดสลิก้า

 

วันที่บาเยิร์นมิวนิคแข่ง สนามจะเปิดไฟสีแดง  วันไหนที่ 1860 แข่ง สนามจะเปิดไฟสีฟ้า วันไหนที่เป็นทีมชาติแข่ง หรือว่าทีมร่วมเมืองทั้งสองมาพบกัน จะเปิดไฟสีขาว   การเดินทางไปยังสนามฟุตบอลแห่งนี้ ให้ขึ้น U-Bahn สาย U6 ลงที่สถานี Fröttmaning ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจาก Marienplatz แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 15 นาทีก็จะถึงสนามฟุตบอล  ถ้ารีบ ๆ มีเวลาซักชั่วโมงก็พอจะไปชะโงกหน้าถ่ายรูปได้ซัก 2-3 ใบ

 

เทศกาลงานใหญ่ที่สุดประจำปีของเมืองมิวนิคคือเทศกาล Oktoberfest จัดขึ้นทุกปีปลายเดือนกันยายนไปจนถึงวันอาทิตย์แรกของเดือนตุลาคมเป็นเวลาสองสัปดาห์  มีคนมาร่วมงานเฉลี่ยถึง 6 ล้านคนในแต่ละปี ดื่มกินกันกระจาย  พอดีไม่ได้ไปในช่วงนั้น เลยไม่ทราบว่าบรรยากาศจะเหมือนงานวัดบ้านเราหรือเปล่า  งานนี้จัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1810 เพื่อเฉลิมฉลองพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าชายลุดวิกที่ 1 (ซึ่งต่อมาคือกษัตริย์ลุดวิกที่ 1 ผู้เป็นพระอัยกา (ตา) ของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ผู้สร้างปราสาทนอยชวานสไตน์ในตอนที่แล้ว) กับเจ้าหญิง Therese von Sachsen-Hildburghausen หลังจากนั้นจึงจัดเป็นเทศกาลรื่นเริงขึ้นเป็นประจำต่อมาทุกปี

 

วงโยธวาทิตขนาดยักษ์ ประกอบด้วยนักดนตรีถึง 400 คนในเทศกาล Oktoberfest

 

อาหารท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงของบาวาเรียก็คือเบียร์ไงครับ อิอิ ถัดมาก็คือไส้กรอกขาว (weisswurst) กินกับเพรทเซล และสวีทมัสตาร์ด อย่าลืมหาทานดูนะครับ  ในสมัยก่อนเขาจะทานไส้กรอกขาวก่อนเที่ยงเนื่องจากวิธีการผลิต ทำให้เก็บไว้นานไม่ได้  เค้าบอกว่าให้ไส้กรอกได้ยินเสียงระฆังโบสถ์ตอนเที่ยงไม่ได้  ปัจจุบันมีตู้เย็นแล้ว แต่ก็ยังนิยมทานเป็นอาหารเช้าอยู่

 

เด็กชายและหญิงในชุดพื้นเมืองของชาวบาวาเรีย ที่แม้แต่ผู้ใหญ่ก็ยังแต่งตัวแบบนี้กันเวลาออกงาน

 

รับเบียร์เย็น ๆ กันซักแก้วมั้ยคะ

 

มีคำแนะนำอีกนิดสำหรับคนที่จะเดินทาง  วิธีประหยัดที่สุดในการเดินทางไปเมืองต่าง ๆ ในรัฐบาวาเรียคือให้ซื้อตั๋ววันที่เรียกว่า Bayern tickets ตั๋วใบเดียวเดินทางได้ถึง 5 คน ไปไหนก็ได้ในรัฐบาวาเรีย ราคา 28 ยูโร คุ้มจริง ๆ แต่ต้องซื้อจากตู้เท่านั้น ถ้าซื้อจากพนักงานขายตั๋วจะแพงขึ้นอีก 2 ยูโร แต่ถ้าเดินทางคนเดียวก็มีตั๋วเดี่ยวราคา 20 ยูโร ตั๋วนี้มีข้อจำกัดนิดหน่อยคือใช้ได้หลัง 9 โมงเช้าไปจนถึงตีสามในวันจันทร์-ศุกร์ ส่วนเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดจะใช้ได้ตั้งแต่เที่ยงคืนจนตีสามวันถัดไป (27 ชั่วโมง) และใช้ได้เฉพาะกับรถช้าเท่านั้น พวกรถด่วนวิ่งเชื่อมระหว่างประเทศจะใช้ไม่ได้ นอกจากนี้จะขึ้นรถราง รถใต้ดิน รถเมล์ทั่วรัฐบาวาเรียก็แค่แสดงบัตรนี้เท่านั้น ใช้ได้หมด

เที่ยวให้สนุกนะครับ

Comment

Comment:

Tweet

พ.ค.นี้จะไปเยี่ยมลูกที่Augsburg แล้วจะมาเยี่ยมให้ได้ค่ะ

#24 By Auddy (110.49.249.79|110.49.249.79) on 2014-02-19 20:49

sawaddee ka !! i will go to munich in 2 weeks ka ( chok dee got holiday ^^ ) thank you so much for your perfect information na ka :) 
and i would like to send postcard to you ( if you dont mind ) for your imformation ka
give me your address douy na ka
yadamon_body@hotmail.com  open-mounthed smile

#23 By chaya (103.7.57.18|86.84.0.220) on 2012-07-05 23:38

สักวันหนึ่งเราจะไปให้ได้ big smile

#22 By nidnoy (125.26.158.203) on 2012-02-25 12:39

ไปมาแร้วเมื่อตอนเดือนมี.ค.54 สวยมากกกกๆ

#21 By taleawsmile (1.46.113.80) on 2011-07-06 08:45

เที่ยวให้สนุก แล้วกลับมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

#20 By Cherokee on 2010-06-14 22:50

จะไปวันที่ 16 มิ.ย.นี้ แล้วจะกลับมาเล่าสู่กันฟังนะ

#19 By KKK (125.25.36.63) on 2010-06-14 16:27

สวยจังสาวเชียเบียร์big smile

#18 By (117.47.135.186) on 2010-06-11 20:18

เราเพิ่งไปมา
สนุกมาก ผู้คนก็น่ารัก
October fest สนุกมาก
คนเยอะมาก เบียร์ก็เยอะตาม
พอเราสนุกเราก็ลุกขึ้นเต้นบนเก้าอี้กัน
มันมากๆ

#16 By pop (114.128.176.92) on 2009-11-08 17:44

อยากไปเที่ยวจัง

#15 By โปรโมทเว็บ (125.26.0.101) on 2009-09-24 03:19

พรุ้งนี้เราก็จะออกเดินทางแล้ว

#14 By (58.137.192.66) on 2009-06-30 19:53

ขอบคุณสำหรับข้อแก้ไขนะครับ ผมขออนุญาตกลับไปแก้ในบลอคเพื่อให้ข้อมูลถูกต้องและครบถ้วนนะครับ

#13 By Cherokee on 2009-06-18 02:29

ขอบคุณค่ะ
มีแผนจะไปตอนปิดเทอมฤดูร้อนนี้พอดีเลย
แต่ว่าข้อมูลเรื่อง Bayern tickets ผิดพลาดนิดหน่อยนะคะ
ขอเสริมนิดนึง
คือตั๋วนี้ใช้ได้กับ Nahverkehr เท่านั้นนะ
ในวันจันทร์ถึงศุกร์ จะใช้ได้ 9 โมงเช้าจนตีสามวันถัดไป
แต่วันเสาร์-อาทิตย์จะใช้ได้ตั้งแต่เที่ยงคืนจนตีสามวันถัดไป
เหมือนกับตั๋วรัฐทุกรัฐในเยอรมนีค่ะ
ส่วนราคา 28 ยูโร ต้องกดจากตู้เท่านั้น
ถ้าซื้อจาก Reisezentrum จะแพงขึ้น 2 ยูโร
และก็มีตั๋วเดี่ยวราคา 20 ยูโรด้วยค่ะ
ใช้คนเดียว ^w^

#12 By i! Agarwaen Zentaros !i on 2009-06-17 19:44

โห อาคารแต่ละหลัง สวยงามดั่งเทพนิยาย confused smile

#10 By Googigg on 2009-05-09 23:56

เสียดายจัง คราวที่แล้วไปทัวร์ แทบไม่ได้เห็นอะไรเลย เลยนึกว่าเมืองนี้ไม่มีอะไร รู้แบบนี้ไปเที่ยวเองดีกว่า

#9 By imai283 on 2009-05-09 22:27

จริง ๆ มิวนิกยังมีอาคารสวย ๆ อีกเยอะครับ แต่โปสการ์ดเมืองนี้ไม่ค่อยหลายหลายเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นคงเอามาโชว์ได้ดีกว่านี้ เมืองนี้มีพิพิธภัณฑ์เยอะมากด้วย ถ้าจะไปก็เผื่อเวลาเข้าชมด้วยนะครับ

#8 By Cherokee on 2009-05-09 19:57

หอนาฬิกาสวยจัง
Allianz-Arena ตอนกลางคืนสวย
ภาพสุดท้ายเห็นแล้วอยากกินเบียร์เยอรมัน
ขอ 1 แก้วค่าconfused smile

#7 By C-C on 2009-05-09 18:54

เพิ่งไปมาเลยคับ แต่สถานที่พวกนี้ไม่ได้ไปแหะ

#6 By Shuu Exteen on 2009-05-09 18:51

สวยจัง เมืองนี้
สักวัน เราจะต้องได้ไป

#5 By mindy on 2009-05-09 16:27

วันนี้มาอ่านเที่ยวมิวนิคด้วยคนค่ะ
เต็มอิ่มกับข้อมูลและโปสการ์ดของคุณ cherokee ที่สวยมากๆเลย ได้เห็นหลากหลายมุมของมิวนิค
ตอนที่แม่นีโอไปนอยชวานสไตน์ มิวนิคเป็นแค่ทางผ่านเท่านั้นค่ะ เสียดายจัง จริงๆแล้วเยอรมันยังมีอีกหลายเมืองที่น่าสนใจใช่มั้ยคะ
สุขสันต์วันหยุดค่ะ

#4 By แม่นีโอ (124.122.131.150) on 2009-05-09 15:51

สวยจังค่ะ......อยากไปนะเนี่ยbig smile

#2 By คุณบิ๋ม on 2009-05-09 13:46

ทรงของอาคารแบบนี้ชอบจังค่ะbig smile

#1 By ต้า on 2009-05-09 13:38