มาต่อครับ ยังอยู่ในแคว้นทัสคานี วันนี้นั่งรถไฟจากฟลอเรนซ์ไปชั่วโมงนิด ๆ ก็ถึงเมืองพิซ่า เมืองที่มีหอเอนอันมีชื่อเสียงโด่งดัง

 

จริงๆ แล้วบริเวณหอเอนนี้ประกอบไปด้วยอาคารสำคัญ 3 หลังด้วยกันคือ หอเอน โบสถ์ซึ่งอยู่ตรงกลางในรูป และอาคารกลม ๆ ด้านหน้าเรียกว่าแบบติสเทอรี (battistery) เป็นสถานที่เพื่อประกอบพิธีแบบทิสต์หรือพิธีรับศีลจุ่ม โบสถ์สำคัญแทบทุกเมืองจะมีอาคารสำหรับพิธีนี้แยกต่างหาก มักสร้างเป็นรูป 8 เหลี่ยมหรือวงกลม ข้างในจะมีอ่างน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง หลายๆ ที่ดัดแปลงมาจากอ่างอาบน้ำของพวกโรมัน ซึ่งเหมาะกับพิธีนี้พอดี

 

ลองสังเกตนะครับว่าลวดลายของอาคารทั้งสามจะไปทางเดียวกันหมด เป็นศิลปะแบบพิซ่าโดยเฉพาะ สร้างจากหินอ่อนทั้งหมด ใกล้ๆ เมืองพิซ่ามีเหมืองหินอ่อนขนาดใหญ่ ประเทศอิตาลีที่มีหินอ่อนเยอะก็มาจากแถบนี้ครับ ฟลอเรนซ์หลังจากตีเมืองพิซ่าได้แล้ว จึงขนหินอ่อนกลับไปสร้างเมืองของตัวเองบ้าง มิเคลันเจโลก็เคยมาเลือกหินอ่อนจากเหมืองนี้ไปแกะสลักรูปปั้นอยู่บ่อย ๆ

จริงๆ แล้วหอเอนเป็นเพียงแค่หอระฆังของโบสถ์นี้เท่านั้นเอง เริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1173 เมื่อสร้างไปได้ 3 ชั้นครึ่ง หอระฆังก็เริ่มทรุดเอียง แต่ยังทรงตัวอยู่ได้ไม่พังทลายลงมา จึงได้ก่อสร้างเพิ่มเติมจนสูงถึง 8 ชั้น ความสูง 175 ฟุต ใช้แขวนระฆัง 7 ใบ รวมน้ำหนักกว่า 3500 กิโลกรัม

 

ภายในโบสถ์หินอ่อนเป็นศิลปะแบบโรมาเนสก์ (Romanesque) ท่านผู้ใดรู้ความแตกต่างระหว่างสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ กอธิก บาโรค นีโอคลาสสิก ขอเชิญช่วยให้ความกระจ่างด้วยครับ ไปมาหลายโบสถ์ก็ยังแยกไม่ค่อยออกเท่าไหร่

 

จริงๆ ตัวเมืองพิซ่าไม่ค่อยมีอะไรครับ มีเท่านี้แหละ นอกจากหอเอนแล้ว เมืองนี้มีชื่อเสียงด้านมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์ กาลิเลโอก็เกิดที่เมืองนี้สอนที่นี่ ทดสอบเรื่องของแรงโน้มถ่วงก็ที่หอเอนนี้ เมืองนี้จึงเป็นเมืองมหาวิทยาลัย มีนักศึกษาเต็มไปหมด แต่สภาพอาคารดูไม่ค่อยสวย เก่า ๆ โทรม ๆ ถ้าทำเวลาที่หอเอนได้ดีก็อาจจะไปเที่ยวเมืองอื่นต่อได้

 

ค่าขึ้นไปบนยอดหอเอนแพงมากครับ 14 ยูโร ให้ขึ้นได้เป็นรอบๆ รอบละ 40 คน และอยู่ได้เพียงแค่ 30 นาที ถ้าใครจะขึ้นก็ให้รีบไปจองรอบแต่เนิ่นๆ แล้วไปเดินดูอย่างอื่นก่อน เขาต้องการจำกัดจำนวนคนขึ้นไปไม่ให้มากเกินไป จริง ๆ ก็ดีเหมือนกันเพราะที่ค่อนข้างแคบ ต้องปีนป่ายกันนิดหน่อย ไปกันเยอะ ๆ เบียดเสียดอาจเกิดอันตราย แถมถ่ายรูปไม่สวยเพราะคนเยอะ

ที่นี่ กาลิเลโอเคยทำการทดลองที่โด่งดังโดยการปล่อยวัตถุสองก้อนที่มีน้ำหนักต่างกันลงมาจากยอดหอเอน ปรากฏว่าวัตถุทั้งสองตกถึงพื้นพร้อมกัน แสดงว่าเวลาที่วัตถุตกถึงพื้นไม่ขึ้นกับน้ำหนักของวัตถุ เป็นการขัดแย้งกับความเชื่อเดิม

 

จากฟลอเรนซ์ลงใต้ไปไม่ไกล มีเมืองมรดกโลกอีก 2 เมืองในแคว้นทัสคานี เมืองแรกคือเมืองเซียน่า (Siena) เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนานเช่นเดียวกัน เป็นเมืองคู่แข่งสำคัญของฟลอเรนซ์ในอดีต แต่ตอนหลังถูกยึดรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรฟลอเรนซ์ สิ่งที่น่าสนใจที่สุดก็คือดูโอโม เป็นโบสถ์แบบโกธิกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ มีความงดงามทั้งด้านหน้าและด้านใน

 

ดูเต็ม ๆ อีกรูป

 

ภายในโบสถ์ประดับด้วยหินอ่อน พื้นก็หินอ่อน ลวดลายดำสลับขาวแบบนี้
เรียกว่าเป็นศิลปะแบบเซียน่าเลยทีเดียว

 

ตึกที่สำคัญอีกตึกในเมืองเซียน่า คล้ายๆ กับศาลากลางบ้านเรา มีหอนาฬิกาสูงเด่น

 

ด้านหน้าเป็นลานกว้างมาก เอาไว้จัดเทศกาลแข่งม้าประจำปี

 

เมืองนี้จะแบ่งออกเป็น 17 เขตการปกครอง เมื่อถึงเทศกาลแต่ละเขตก็จะส่งคนมาเข้าร่วมขบวนพาเหรดโดยแต่งตัวเหมือนในยุคกลาง เสร็จแล้วจะมีการแข่งม้ารอบลานนี้ เขาค่อนข้างเอาจริงเอาจังกันทีเดียวกับเทศกาลนี้

 

ถัดจากเซียน่า เราต่อรถบัสไปยังเมืองเก่าอีกเมืองหนึ่งคือซานจิมิญาโน่ (San Gimignano) เป็นเมืองในยุคกลางโดยแท้ มาเมืองนี้จะเห็นหอคอยสูงๆ หอสูงเหล่านี้ก็เหมือนกับตึกระฟ้า skyscrappers ของไทยในปัจจุบ้นแหละครับ แต่ละบ้านจะสร้างหอสูงไว้โอ้อวดฐานะแข่งกันทั้งที่ความรู้ทางวิศวกรรมก็แทบไม่มี หลายแห่งก็ทรุดบ้างเอนบ้าง ในอดีตเคยมีถึง 150 หอ ปัจจุบันเหลือประมาณ 7 หอ บางหอมีเครนสูงประกบอยู่

 

บ้านเรือนยังคงสภาพแบบยุคกลาง ซึ่งเก่าแก่กว่ายุคเรอเนซองซ์เสียอีก

 

อีกซักรูป

 

จริงๆ แล้ว นอกจากเมืองเก่าแก่ทั้งหลายในแคว้นทัสคานีแล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่ของแคว้นเป็นชนบท เป็นเนินเขาเตี้ยๆ สูงๆ ต่ำๆ สลับกันไป ภาษาอังกฤษเรียกทิวทัศน์แบบนี้ว่า rolling hills (ขับรถค่อนข้างยากเพราะขับเร็วไม่ได้)

 

ชาวบ้านนิยมทำไร่องุ่นกัน ชาวไร่ที่นี่มีฐานะดี
รูปนี้เป็นรูปไร่องุ่นครับ

 

ชนบทแคว้นทัสคานีถือว่าเป็นชนบทที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
นึกแล้วอยากไปหาหนังเรื่อง Under the Tuscan sky มาดูจัง

 

จบอีกตอน คราวหน้าไปไหนดี ไปเวนิสดีไหมครับ

 


View Italy7 - Pisa, Siena, San Gimignano, Florence in a larger map

Comment

Comment:

Tweet

เมื่อเดือนมิถุนายน 2012  เพิ่งไปขับรถเที่ยวอิตาลี ออสเตรีย สโลวีเนีย โครเอเชีย มอนเตเนโกร  21 วัน  สนุกมากมาย  ทัสคานีของอิตาลีสวยมาก  ออสเตรียไปคลาเกนเฟิร์ต วิวสวยสุด  สโลวีเนียไปพักที่เมืองโบฮินจา  ชนบทสุด ๆ  สวยงามอีก  ทุกแห่งมีเมืองเก่าให้ชมมากมาย  กลับมาดูรีวิวของคุณเชอโรกี  รู้สึกว่าจะพลาดที่สวย ๆ งาม ๆ ไปเยอะ  เพราะเราไปแบบแล้วแต่ถนนจะพาไปให้เห็นอะไร  ไปผิดไปถูกก็มีเมืองเก่าให้ชมทุกที่  แผนเราเพียงแต่กำหนดจากเมืองนี้ไปเมืองโน้น  หลงไปตลอดทาง  แต่สนุกค่ะ  คนอิตาลีในชนบทใจดี  ผู้ร้ายไม่มีแบบที่เคยรับทราบ

#12 By Sunee T. (103.7.57.18|115.87.87.42) on 2012-08-23 21:24

สวยมากทุกที่เลยค่ะopen-mounthed smile

#10 By (125.27.94.144) on 2010-08-25 10:59

ชอบรูปที่13กะ14มากกกกกกกกกกกกกก

#8 By อริส (110.49.30.215) on 2010-05-10 20:57

อยากได้รูปที่ถ่ายหนังเรื่องแวมไพร์
แต่นีก็โอ

#7 By เบ็ลล่า (110.49.30.215) on 2010-05-10 20:54

กำลังทำรารยงานเรื่องนี้อยู่สวยมากๆๆๆอยากไปจัง

#6 By จินนี่ (117.47.187.40) on 2009-08-31 19:14

ดูภาพแล้วฝันถึงเลยล่ะ เมษานี้จะไปดูของจริงค่ะ

#5 By krunong (58.9.148.150) on 2009-08-02 07:59

อยาก


ไปบ้าง

แต่

ไม่มีตัง

angry smile

#4 By ไม่ประสงลงนาม (203.172.252.108) on 2009-06-10 15:52

Under the Tuscan Sun

#3 By nong (58.9.136.45) on 2008-12-25 06:59

เราก็อยากไปคับๆ

#2 By hotchickin (61.19.85.66) on 2008-12-08 13:05

Hot!
ไปเวนิสก็ดีนะคะcry อยากดูเรือกอนโดร่า(พิมพ์ชื่อถูกใช่มั้ยคะ?)

#1 By YOSHINAKIs on 2008-04-02 18:49